กลับมาจากเมืองไทยตั้งแต่วันพุธถึงนอร์เวย์ก็วันพฤหัสบดี ตอนแรกว่าจะไม่อัพไดอารีแล้วเพราะความขี้เกียจเป็นหลัก แต่ก็กลับมาคิดว่าอัพดีกว่าเผื่อต่อไปได้กลับมาอ่านว่าบันทึกอะรัยของตัวเองไปบ้างในแต่ละวัน
เดินทางจากนอร์เวย์ไปไทยวันที่ แปด เมษายน ด้วยสายการบิน แซส และ การบินไทย เนื่องจากแชเรตจองตั๋วแบบว่าลงเครื่องปุ๊บแล้วต้องรีบต่อเครืองทันที เลยทำให้ไม่มีเวลาเอ้อระเหยลอยลมต้องรีบเดินตัวปลิวกลัวตกเครืองไม่ช่ายเรื่อง
นั่งเครื่องจากคริสเตนซานแล้วไปต่อเครื่องที่โคเปนฮาเก้นเพื่อที่จะบินตรงไปกรุงเทพ แล้วต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิไปลงภูเก็ตอีกทีหนึ่งนับชั่วโมงแล้วทั้งหมดเกือบ สิบห้าชั่วโมง กว่าจะถึงภูเก็ต
มาเล่าเรื่องตอนที่นั่งบนเครื่องของสารการบินไทยตอนที่ไปกรุงเทพดีกว่า วันนั้นฝนฟ้าไม่เป็นจัยเลยฝนตกตลอดแล้วเครื่องก็ตกหลุมอากาศตลอด เราก็คิดว่าจะไปถึงเมืองไทยเหรอเปล่าเพราะเครื่องสั่นตลอดสั่นแต่ล่ะทีแรงมาก
บ่อยครั้งมากเลยกลัวก็กลัวแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากบ่นกะแชเรตเพราะแชเรตก็คงมีอาการเช่นเดียวกับเรา เท่านั้นยังไม่พอมีผู้โดยสารเฮงซวยอีกเป้นชายฝรั่งสูงอายุมันดื่มเหล้าที่ทางสายการบินบริการ คนอื่นเค้าดื่มพอประมาณแต่มันดื่มจนเมาเมาแลวไม่พอดันทะลึ่งเดินอีกเดินอยู่นั้นแหละ เห้นผู้หญิงนั่งอยู่ก็เข้าไปคุยไปหอมแก้มเค้าอีก ไอ้บ้าเอ่ยแล้วทีนีมันไปรู้จักกับอีตาฝรั่งแก่ๆอีกคน อีตาฝรั่งคนนี้ก็ช่ายย่อยมันเอาเหล้าที่ซื้อจากข้างล่างมาดื่มบนเครื่องด้วยแต่มันไม่เดินนั่งอยู่กับที่นี้
อีตาฝรั่งคนแรกก็เดินมาหามาคุยกะมันคุยเสียงดังมากจนรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น รบกวนเราด้วยเพราะนั่งติดกันแล้วที่นี้อีตาฝรั่งคนแรกมันจะเอาโทรสับมาเปิดหรือทำไรไม่รู้ แต่พนักงานเห้นซ่ะก่อนเลยเข้าไปห้ามมันมันบอกว่ามันไม่ทำอะรัยพูดเสียงดังมากจนผู้โดยสารท่านหนึ่ง ทนไม่ไหวก็เลยลุกขึ้นมาโต้เถียงแทนพนักงานจนมันกลับไปนั่งที่เก่า หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้วกัปตันของสายการบินก็เข้ามาถามผู้หญิงคนที่มันมาลวนลาม ว่าจะให้มันขอโทษหรือเปล่าเพราะมันไปขอโทษคนอื่นๆหมดแล้ว แล้วมันยังบอกอีกว่ามันจำอะรัยไม่ได้เลย
แต่ก็ต้องขอชมเชยหัวหน้าของการบินไทยมากๆ เพราะเค้าพูดว่าคุณจะมาทำยังงี้กับผู้หญิงไทยไม่ได้ ฉันไม่แคร์คุณหรอกคุณจะกลับไปหาเมียคุณเหรอเปล่า ถ้าคุณยังอยากกลับไปหาเมียคุณที่เมืองไทยคุณต้องสำรวมกริยา แล้วต้องกล่าวขอโทษคนที่คุณได้ไปล่วงเกินเค้าด้วย ถ้าคุณไม่ขอโทษทางเราก็คงไม่ต้อนรับคุณบินกับเราอีกต่อไป ฟังแล้วซึ้งใจมากที่เค้าพูดให้เกียรติผู้หญิงไทยทุกคน
พอเครื่องแลนด์ปุ๊บผู้โดยสารทุกคนพร้อมใจกันปรบมือ เพราะตอนอยู่บนเครื่องเจอเรื่องแย่ๆทั้งเครืองบินตกหลุมแล้วไหนผู้โดยสารงี่เง่าอีก
เอาเป็นว่าประทัปใจหัวหน้าของสายการบินครั้งนี้มากจำไม่ได้แล้วว่าชื่ออะรัย
พอพ้นจากตัวเครื่องเราสองคนก็รีบเดินอย่างมาก เพราะไกลมากๆเดินยี่สิบนาทีกว่าจะถึงตม. แล้วก็ต้องไปที่เกทอีกพราะเวลาน้อยมาก กลัวก็กลัวว่ากระเป๋าจะไปถึงพร้อมกันหรือเปล่า
เพราะเมื่อครั้งก่อนกระเป๋าไปล่าช้ากว่าเราอีก แต่พอเครื่องลงไปรับกระเป๋ารอไม่กี่อึดใจก็เห็นกระเป๋ามา ทั้งสองใบทั้งของเราแล้วก็ของแชเรตหายห่วงไปเปราะหนึ่ง
ออกมาถึงพีสาวก็มารอรับเพือที่จะไปโรงแรมกัน โรงแรมที่พี่สาวจองให้ที่ในตัวเมืองภูเก็ตเพราะเราจะไปทำธุระในตัวเมืองด้วย โรงแรมที่พี่สาวจองให้คือ ภูเก็ตรอยัล ซิตี้ โชคดีได้รับส่วนลดมาพันกว่าบาท เพราะพี่สาวจองในนามห้างหุ้นส่วนเลยได้ราคามา หนึ่งพันหกร้อยบาท ถ้วน ถือว่าไม่แพง โรงแรมก็สะอาดกว้างขวางแต่ไม่ได้ถ่ายรูปโรงแรมมาไม่รู้จะถ่ายมาทำไม
นั่งรอเครื่องที่เชวิกเพื่อที่จะไปโคเปน

ไปตลาดสดแม่สมจิตต์ กะตะก่อน เพื่อที่จะไปรับพ่อมาทานข้าวด้วยกัน

ไปทานกันที่ป่าหล่าย ใครมาภูเก็ต ต้องไปทานร้านนี้ ขอแนะนำ บรรยากาศดีราคาไม่แพงอาหารทะเลสดๆๆเลือกได้ตามใจชอบ
ในที่สุดแชเรตก็ได้ทานปูสดๆสักทีจากที่รอคอยมานาน

ทานเสร้จก็ไปหาหลานแชเรตที่หาดกะรนเค้าบินมาก่อนพวกเราหลายวันแล้ว ร้อนตับแล่บที่หน้าหาดจนเราทนไม่ไหวต้องรีบขอตัวกลับก่อน ตอนนั่งหน้าหาดมองไปทางไหนไม่มีคนไทยเล่นน้ำสักคนมีแต่หัวทองทั้งนั้น แต่ถ้าให้นั่งเฉยๆแต่ต้องนั่งที่ร่มน่ะขอบอกว่าไม่เบื่อเลยเพราะอะรัยน่ะเหรอ เพราะว่ามีแต่ฝรั่งหุ่นดีๆชวนมองทั้งนั้น พูดแล้วน้ำลายไหล ขนาดเป็นผู้หญิงด้วยกัน

อีกวันไปหาดกมลากันเราใส่เสื้อนอกไปด้วยเพราะร้อนมากกลัวดำ จนมีแซวว่ายังไม่หายหนาวเหรอ ห้าห้า

กลับมาจากหาดกมลาก็ไปเดินท้ายรถกันต่อหลังจากนั้นก็กลับมาโรงแรม มารับน้องปลาหมอไปทานขนมเค้กที่โรงแรมเค้กอร่อยมากๆ นั่งสักพักเจ้เปิ้ล พี่อุ๊ แล้วก็ซ้อ อ่อ น้องบอสตามมา ก็เลยแยกย้ายไปนั่งอีกที่หนึ่งของโรงแรม ไปนั่งฟังเพลงกันจนเที่ยงคืนก็แยกย้ายกันกลับ ส่วนเราก็ขึ้นไปบนห้องรีบนอนเพราะพรุ่งนี้เช้าต้องรีบตื่น เพราะแชเรตต้องขับรถไปนครไปเยี่ยมแม่

มีเรากับเชเรต แล้วพี่สาวสองคนขับรถมาอีกคันตามหลัง เราขับมาก่อนเลยแวะที่สะพานสารสินเพราะแชเรตอยากถ่ายรูป ส่วนเราก็เป็นครั้งเแรกที่แวะสะพานสารสินทีเข้าออกจนนับไม่ถ้วนแล้ว พอพี่สาวขับรถผ่านก็ต้องขึ้นรถขับตามให้พี่สาวนำส่วนเราขับตามหลังเพราะเราจำทางไม่ได้ ไปทานข้าวกันที่กระบี่เพราะแชเรตอยากไปก็เลยตามใจ

มาถึงบ้านนครเกือบห้าโมงได้แล้วเพราะขับกันมาแบบไม่รีบถึงช้าดีกว่าไม่ถึง ชิมะ แต่เรากับแชเรตไม่ได้นอนกันที่บ้านเพราะที่บ้านยุงเยอะมากแล้วที่นอนก็ไม่พอ เลยไปนอนกันที่ในเมือง โรงแรมที่เราพักกันคือ ทวินโลตัส ราคา หนึ่งพันหนึ่งร้อยบาท ถ้วน ได้ราคาพิเศษอีกเพราะจริงๆแล้ว พันสี่ร้อย แต่ดีรู้จักเพื่อน เพื่อนของเพื่อนเค้าทำงานเป็นฝ่ายบุคคลเลยได้รับส่วนลด
อยู่นครทั้งหมดสามคืนแต่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยนอกจากแหลมตะลุมพุกที่เหลือก็อยู่แต่บ้าน จนแชเรตไข้ขึ้นเพราะเจออากาศเกือบสี่สิบองศา
ภาพเซตนี้ไปเที่ยวแหลมตะลุมพุกกันน้ำทะเลร้อนมากเหมือนอาบน้ำในอ่างเลย น้ำทะเลสวยคลื่นไม่แรงมากนักแต่น้ำร้อนเกินเลยเล่นได้ไม่นาน เหมือนตอนเดินบนหาดทรายเดินเท้าเปล่าๆไม่ได้เลยเพราะร้อนมากๆ

ภาพมีอีกเยอะมากๆเด่วค่อยทะยอยเอามาลงถ้าไม่ขี้เกียจซ่ะก่อน ดูภาพเซตนี้ไปก่อนเด้อ
|