มาต่อกันดีกว่าลังจากที่กลับมาจากแหลมตะลุมพุก
ก็ขับกลับบ้านเลยแต่ตอนกลับแชเรตขับเลยซอยทางเข้าบ้าน เราเลยให้เข้าซอยไปอีกซอยหนึ่งเพราะมันทะลุออกทางบ้านเราได้งัย แต่เรามาจำผิดทางตอนถึงสามแยกจิงๆแล้วต้องเลี้ยวซ้าย แต่เราบอกให้แชเรตให้เลี้ยวขวาเนื่องจากนานมากๆแล้วทีไม่ได้เข้ามาซอยนี้ คิดดูตั้งแต่สมัยเรียนปวส ที่ปากพนัง จบมาหลายปีดีดักก็เลยเกิดการสับสน เราก็เอะใจแล้วแต่ก็ไม่ได้บอกใครคิดว่าขับมาเรือยๆคงจะมีทางแยกไปบ้านเราได้
แต่ให้ตายเถอะขับมาตั้งนานยังไม่เจอทางแยกไหนเลยแต่คนดีพระเจ้าก็ต้องเข้าข้างชิมิ ก็เห็นคนจอดรถข้างทางอยู่ก็เลยถามซ่ะเลยว่าทางที่เราจะตรงไปนี้มันมีทางแยกที่เราจะไปมั้ย
พอได้ยินพี่เค้าตอบมา นิ่งไปสิบวิ ก็จะอะรัยล่ะ โน้นถ้าขับไปอีกก็ถึงถนนใหญ่ซึ่งจะไกลกว่าเดิมมากๆ ถ้าจะไปบ้านเราก็ต้องกลับวนไปที่เดิมน่ะเด่ แต่เราก็ไม่กลับวนที่เดิมเพราะพออกถนนใหญ่เราก็ขับไปเรื่อยๆจนถึงทางแยกเข้าบ้านได้
แม่งขับรอบนครพอดี ห้าห้า โทษไม่ได้นี่น่าก็คนมันจำทางไม่ได้นี้น่ะ
มาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำเลย อาบน้ำฝนสดชื่นมากๆนานมากๆที่ไม่ได้อาบน้ำฝน อ่อเราไม่ค่อยได้กลับบ้านที่นครหรอกกลับครั้งหลังสุดก็พร้อมแชรต กลับครั้งนี้ก็พร้อมแชเรตอีก สองถึงสามปี กลับบ้านที่นครครั้งหนึ่ง
บ้านที่นครหลังนี้อยู่มาตั้งแต่ปู่ย่าตายายของแม่ แม่ไม่อยากทิ้งบ้านไปเพราะถ้าทิ้งไปรับรองปลวกต้องมาอาศัยอยู่แน่ ตอนนี้แม่อยู่คนเดียวพ่อก็ไปอยู่ภูเก็ต แต่แม่ก็เดินทางไปภูเก็ตบ่อยน่ะ
แล้วก็มีคนข้างบ้านมานอนเป็นพื่อนแม่ เพราะไม่อยากให้แม่นอนคนเดียวยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย กลัวว่าแกจะเป็นลมเป้นแล้งไปแล้วไม่มีใครเห็น
การกลับบ้านครั้งนี้ของพวกเราแม่บอกว่าแม่มีความสุขมากๆ เพราะอะรัยน่ะเหรอ
เพราะแม่บอกว่าลูกๆทุกคนกลับกันหมด แล้วที่สำคุญทั้งลูกสะใภ้ลูกเขยก็มาพร้อมหน้าพร้อมตา นี้เป็นปีแรกที่พวกเราทุกคนพร้อมใจกันกลับบ้าน ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาสั้นๆก็ตามแต่ก็ทำให้แม่ กับพ่อมีความสุข ไปนานเท่านานจนไม่อาจลืมเลือนได้ เราเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย
หลังจากอาบน้ำเสร็จก็มารวมกลุ่มกินข้าวกัน โชคดีที่แชเรตกินง่ายๆไม่เรื่องมาก ถ้าเรื่องมากก็อดไปตามระเบียบโน้นต้องรอ กลับโรงแรมนั่นแหละจะได้กิน เพราะอย่ามาเรื่องมากกับเรา เพราะก่อนพวกเราจะเข้าบ้านก็ต้องซื้อของเตรียมไปก่อน
เพราะแถวบ้านไม่ขายของสดมีแต่ของแห้ง พี่เปิ้ลตามมาอีกวันหนึ่ง มาถึงก็เกือบค่ำแล้ว อีกวันเจ้ก็ต้องรีบกลับภูเก็ตเพราะไม่มีคนอยู่ร้าน ก็เลยไปนอนด้วยกันกับเราที่โรงแรมโดยเราเปิดห้องให้อีกห้อง
อีกวันหนึ่งพี่เขยคนที่สองก็ขับรถมาจากกรุงเทพมาที่บ้าน เพราะพี่แกไปทำธุระที่กรุงเทพก่อน เป้นอีกเรื่องหนึ่งที่เราโทษตัวเอง ก็เพราะเราเปิดห้องให้พีเปิ้ลได้แต่กับพี่สาวเรา เราให้ไปนอนอีกโรงแรมหนึ่งเพราะเพื่อนแนะนำว่าเป็นโรงแรมเปิดใหม่ ราคาห้าร้อยกว่าบาทเราเลยให้พี่เราไปเปิดห้องนี้ เพราะพี่สาวจะรอพี่เขยที่ขับรถมาจากกรุงเทพ กว่าจะถึงก็เกือบสามทุ่มแล้ว
เราปล่อยให้เค้าอยู่กับลูกสองคนแล้วหลานก็เริ่มติดเราแล้ว ร้องหาแต่เรานั้นแหละแต่พูดห้องก็น่าอยู่น่ะมีอาหารเช้าให้ด้วย แต่พี่สาวเราก็น่ารักบอกว่าไม่เป็นรัยเด่วพี่เขยเราก็ใกล้ถึงแล้ว อ่ออีกเรื่องหนึ่งแม่ให้พวกเราออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้าไม่มืดให้กลับมาที่โรงแรมในเมือง เพราะแม่บอกว่าช่วงนี้มีโจรชุกชุมมากคอยดักปล้นพวกที่ขับรถทางเปลี่ยว แม่ก็กลัวสั่งกำชับนักกำชับหนาว่าถ้ามีคนโบกรถให้จอดอย่าจอดเด็ดขาด
เนี๊ยะแหละแม่ไม่มีคำบรรยายออกมาได้ เป็นคำพูดว่าแม่เป็นห่วงลูกๆมากขนาดไหน แค่มองตามองหน้าแม่ก็รู้ว่าแม่รักลูกๆมากขนาดไหน แม่เราเป็นคนไม่ค่อยบอกรักลูกหรอกแต่แค่เห็นการกระทำก็รู้อยู่แล้ว
วันที่สิบสามจำได้ว่าวันนี้ร้อนมากๆคิดว่าอากาศเกือบสี่สิบองศาได้มั้ง จนแชเรตไข้ขึ้นต้องนอนเป่าพัดลมทีเดียว แต่สำหรับเราเฉยๆชินกับอากาศบ้านเราซ่ะแล้ว แต่แชเรตก็น่ารักน่ะไม่งอแงไม่บ่นว่าอยากกลับโรงแรม เพราะรู้ถึงบ่นก็ไม่ได้กลับเพราะจะได้คำตอบจากเราว่า กลับไปก่อนดิ ห้าห้า เพราะเค้าเข้าใจงัยว่า นานๆทีเราจะได้กลับบ้านได้พูดได้คุยกับทุกคนกันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งโอกาสแบบนี้หาได้ยากมากๆไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มีโอกาสแบบนี้อีก
เรากับพี่เขยตั้งวงเล่นป๊อกเด้งพี่เขยคนโตเป็นเจ้ามือ ตอนแรกพี่เขยเราได้น่ะฮีแกดีจัยใหญ่ แต่ตอนหลังฮีแกแพ้กลับหมดหน้าจ๋อยไปเลย
แต่ตังที่ได้มาก็ไปซื้อของมากินนั้นแหละเล่นหนุกๆ ไม่ได้เล่นเพื่อเอาจริงเอาจังอะรัย คนที่ไม่เล่นการพนันทุกชนิดนี้นับว่าเป็นคนดีมากๆในระดับหนึ่งเลยน่ะ
อีกวันก็ไปเยี่ยมปู่เราซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านเรามากนัก ปู่เราตอนนี้อายุ หนึ่งร้อยหก ปีแล้ว แต่แกก็ยังจำลูกๆหลานๆได้ หูก็ยังได้ยิน แต่ก็มีบ้างที่หลงๆลืมๆตามประสาคนแก่
พ่อกับแม่เราถ่ายกับเขยๆซึ่งมีไม่มากไม่มายแค่สามเขยเองค่ะ เชื่อมั้ยว่าบ้านเราพ่อกับแม่มีลูกเขยลูกสะใภ้นานาชาติ อ่ะไม่เชื่ออะดิ เด่วจะบอกให้ก็ได้ พี่ชายเราคนแรกได้เมีย คนภาคอีสาน ซึ่ง ก็คือ ไทย ลาว นั่นเอง พี่สาวคนที่สอง ได้สามี คนไทยแท้ๆ ก็คือ คนนคร พี่สาวคนที่สามได้สามี คนจีน ซึ่งครอบครัวพี่เขยย้ายมาอยู่ไทยตั้งแต่รู่นปู่ย่าตายาย พี่ชายคนที่สี่ ได้ เมีย คน กัมพูชา อันนี้ไม่ผสมไทยเลย คน เขมรแท้ แต่พูดไทยได้เพราะมาอยู่นานแล้ว ส่วนเราคนสุดท้อง ได้สามี ฝารั่ง อันนี้พูดไทยไม่ได้คนเดียว ห้าห้า
วันที่สิบสามอีกนั้นแหละพอดีเป็นวันบวชของญาต ซึ่งแชเรตยังไม่เคยเห็นประเพณีการบวชของไทยมาก่อน เราเลยชวนไปด้วยก็ไปนั่งกินข้าวที่งานด้วย เค้าก็ทานได้น่ะ แฟนใครก็ไม่รู้ทานได้หมด ห้าห้า พาไปไหนมีแต่คนมอง บางคนก็ทัก ฮัลโหล แล้วก็ยิ้มๆ หรือไม่ก็พากันหัวเราะ เอ๊ะนีเราพาคนแปลกประหลาดไปด้วยเหรอนี้
ก่อนที่จะเข้าบ้านเราบอกแชเรตขำๆว่า ฉันจะเอาเธอไปไว้ในห้องแล้วเป่าประกาศว่าใครอยากดูฝรั่ง ก็มาให้ดูที่บ้านฉันจะเก็บค่าหัวคนล่ะ สิบ บาท ยี่สิบ บาท ก็ว่ากันไป แชเรตขำก้ากเลย พูดถุงแถวบ้านเรานานทีปีหนถึงจะมีฝรั่งหลงเข้าไป แต่เราจำได้ว่าตั้งแต่เด็กๆเราไม่เคยเห็นฝรังหลงมาเที่ยวแถวบ้านเลย ก็เลยเป็นเรื่องธรรมดาทีคนจะมองแชเรตกันส่วนมาก
เราถ่ายกับคุณพ่อ ส่วนแม่กำลังเตรียมตัวไปงานบวชด้วย
แชเรตขอเดี่ยวมั้ง อีกรูปก็ถ่ายกับแม่ยาย รูปนี้แม่ยายกำลังยัดยาเส้นเข้าปากพอดี ห้าห้า
ก่อนจะกลับอีกวันรุ่งขึ้น พวกพี่เขยก็ตั้งวงเหล้าเล็กๆที่บ้านแล้วก็มีพี่ชายเรามาแจมด้วย แชเรตก็ดื่มเพียวๆไปหลายชอตเหมือนกันหลังจากนั้นก็หันมาดื่มเบียร์ช้างของพี่แกต่อ
วันนั้นพวกเรากลับโรงแรมกันเกือบสี่ทุ่มแล้วโดยพี่เขยเราเป็นคนขับรถ ส่วนรถเราก็ทิ้งไว้ที่บ้านพอรุ่งเช้าหลังจากเชคเอ้าท์โรงแรม ก็กลับเข้าบ้านกันก่อนเพื่อที่จะมากินข้าวที่บ้านกับ แกง น้ำเคย อร่อยนักแล แล้วก็เข้ามาเอารถด้วย กลับบ้านเที่ยวนี้พวกเราเอารถไปทั้งหมด หก คัน เปลืองน้ำมันมากๆเพราะแต่ล่ะคนมากับกลับไม่พร้อมกัน
เราแชเรตถ่ายกับแม่ก่อนเดินทาง ส่วนอีกรูปถ่ายกับหลานรักของเราแชเรตบอกว่า หลานเราหน้าเด็กมากๆอย่างกับเด็กสิบห้ากว่าๆ ตอนนี้หลานเราปีนี้ก็ยี่สิบสอง แล้ว แต่จะว่าไปเค้าดูเด็กมากๆยิ่งตัดผมสั้นแบบนี้
อ่อหลานเราบอกว่านับวันหน้าเราก็หมือนฝรั่งไปทุกวันแล้วตั้งแต่ไปอยู่เมืองนอกมา ห้าห้า จิงเหรอ?
ตอนขากลับก็แวะอ่าวนางก่อนที่กระบี่เพราะแชเรตอยากไป เราก็ตามใจอีกเด่วทริปหน้าพาไปเที่ยวอ่าวนางกัน คอยติดตามกันต่อนต่อไป รูปเยอะมากๆทั้งที่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนกันเท่ารัย
ใครอ่านจบมั้งยกมือขึ้น เพราะจะบอกว่าเก่งมากๆที่อ่านจนจบ ปรบมือให้ตัวเองหน่อย
กลับบ้านครั้งนี้มีความสุขมากมายจริงๆจนกลั่นมาเป้นคำพูดไม่ได้ดีนัก ฟังเพลงของโซฟาเพลงนี้โดนมากๆเลย